Fluidity of Scenes

Exhibition by Lanna Architecture Centre (Khum Chao Buriratana), Faculty of Architecture, Chiang Mai University, in association with MAIIAM Contemporary Art Museum

130 years of Khum Chao Buriratana (permanent exhibition) and Fluidity of Scenes (temporary exhibition)
will be available for viewing from 2nd November, 2021 – 28 February, 2022
The Opening Ceremony will be held on Friday, November 5th, 2021, at 4:30 PM
at the Lanna Architecture Centre (Khum Chao Buriratana), Chiang Mai
No entry fees required

ศิลปิน
ส้ม ศุภปริญญา, มิติ เรืองกฤตยา, ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์, ธาดาเฮงทรัพย์กูล
Som Supaparinya, Miti Ruangkritya, Tawatchai Puntusawasdi, Tada Hengsapkul

ภัณฑารักษ์ Curator
กิตติมา จารีประสิทธิ์ Kittima Chareeprasit

นิทรรศการ Fluidity of Scenes นำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยจากชุดสะสมของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม โดยศิลปิน 4 ท่าน ได้แก่ ส้ม ศุภปริญญา, มิติ เรืองกฤตยา, ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ และ ธาดา เฮงทรัพย์กูล ผลงานศิลปะที่ถูกคัดสรรในนิทรรศการนี้ต่างบอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงทาง ‘ภูมิทัศน์’ ที่สัมพันธ์กับ ‘น้ำ’ ทั้งในฐานะที่เป็นรูปลักษณ์ คุณลักษณะ วัตถุภาวะทางกายภาพ และความคิดซึ่งสัมพันธ์และสืบเนื่องอยู่กับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ และภาวะความเป็นเมืองสมัยใหม่ ในนิทรรศการนี้ ศิลปินมีวิธีการตีความสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ให้กลายมาเป็นผลงานทัศนศิลป์อันหลากหลาย นับตั้งแต่ งานประติมากรรมพระจันทร์เต็มดวงเมื่อโคจรเข้าใกล้โลก ผลงานภาพเคลื่อนไหวที่นำเราล่องไปสำรวจการเปลี่ยนแปลงบนเส้นทางสายน้ำปิง ภาพถ่ายทิวทัศน์ของหมู่บ้านชานเมืองกรุงเทพมหานครครั้งเมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ และ ผลงานภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกภาพรถถังที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกนอกชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส ผลงานเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาทั้งจากวัสดุ และ ‘ภาพ’ หรือ ‘ภาพลักษณ์’ ของภูมิทัศน์และภูมิประเทศ อันสะท้อนให้เห็นภูมิหลังของการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่

กรอบคิดว่าด้วยภูมิทัศน์และภูมิประเทศในนิทรรศการนี้ ถูกจินตนาการถึงและทำความเข้าใจอย่างขยายขอบเขตความหมายให้กว้างขวางออกไป กล่าวคือ ไม่ได้เป็นแต่เพียงลักษณะทางภูมิศาสตร์เท่านั้น หากยังเป็นเรื่องเชิงชีวประวัติและเรื่องราวส่วนบุคคลด้วย แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่หรือผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับพื้นที่แต่ละแห่ง Fluidity of Scenes จัดแสดงโดยคำนึงถึงความสำคัญของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเดิมของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หากอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นดังตัวแทนของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ก่อตัวขึ้นในบริบททางประวัติศาสตร์อันเฉพาะเจาะจง เมื่อผสานรวมกับการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย จะสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของยุคสมัยทั้งเก่าและใหม่ คล้ายเป็นการผนวกรวมอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน

MAIIAM_FoS_Poster-CO-01_LR

The Fluidity of Scenes exhibition presents a selection of contemporary artworks from the collection of MAIIAM Contemporary Art Museum by 4 artists, including Som Supaparinya, Miti Ruangkritya, Tawatchai Puntusawasdi , and Tada Hengsapkul. The curated works discuss  the changes in the ‘landscape’ that is connected to ‘liquidity’ in various ways, be they in terms of characteristics, a physical state, or even ideas that are associated with certain geographical areas, historical transformations, and the modern, urban conditions. In this exhibition, the artists each have their own methods of interpreting the transformation of the landscape into a diverse array of visual arts. These works include a sculpture of the full moon as it’s closing orbit beckons the ocean’s tides to rise, a film that observes the changes along the banks of the Ping River, photographs of a suburban neighborhood in Bangkok during a severe flood, and a moving image that depicts the decommissioned tanks the army left to sink off the coast of Narathiwas. These pieces of art were created from objects and ‘pictures’ or ‘images’ of the landscape and geography, which reflect the changes unique to the specific context.

The frame of thinking pertaining to landscape and geography in this exhibition has been reimagined and interpreted as broadly as possible. Not merely geographical characteristics, it can also refer to biographical records of personal stories that demonstrate the relationship between the local population of – or even people who have some connection to – a specific location. The curation and presentation of Fluidity of Scenes is designed with consideration to the original architecture of the Lanna Architecture Centre (Khum Chao Buriratana), being the historic building which could represent the ways of life and culture that have emerged within a very specific context. Combined with these pieces of contemporary art, this reflects the intertwining spirits of the old and new, like an amalgamation of the past and present into one.

MAP

A

ส้ม ศุภปริญญา (เกิด พ.ศ. ๒๕๑๖, เชียงใหม่)
My Grandpa’s Route Has Been Forever Blocked, พ.ศ.๒๕๕๕
ภาพเคลื่อนไหวจอเดี่ยว แบบ HD สี เสียง
๑๕ นาที ๔๙ วินาที

Som Supaparinya (b. 1973, Chiang Mai)
My Grandpa’s Route Has Been Forever Blocked, 2012
Single-channel video, HD video, colour, sound
15 min., 49 sec.

ส้ม ศุภปริญญา ศิลปินหญิงที่อาศัยและทำงานอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เธอสนใจประเด็นการสร้างพลังงานของมนุษย์ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมอย่างการสร้างเขื่อน โดยใช้สื่อศิลปะทั้งการทำงานภาพเคลื่อนไหว และศิลปะจัดวางในการนำเสนอ ในผลงาน My Grandpa’s Route Has Been Forever Blocked นี้ ศิลปินได้นำเราล่องไปบนเส้นทางแม่น้ำปิง อันถือเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ในการใช้ขนส่งสินค้าทางน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย ผลงานภาพเคลื่อนไหวสองจอชิ้นนี้ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์แม่น้ำปิงในปัจจุบันจากผลพวงของการสร้างฝายกั้นน้ำขนาดเล็ก ประตูน้ำ ไปถึงการสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าที่ได้เปลี่ยนสภาพภูมิศาสตร์ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเปรียบเทียบกับแม่น้ำปิงในอดีตเมื่อครั้งที่คุณตาของศิลปินยังเป็นหนุ่ม การย้อนกลับไปสำรวจอดีตพร้อมทั้งสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะช่วยให้เราเข้าใจบริบทแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำปิงมากยิ่งขึ้น

Sutthirat ‘Som’ Supaparinya is a female artist based in Chiang Mai, Thailand. Her primary interest revolves around the effects upon the environment and human culture as a result of mankind’s energy generation practices, such as the construction of hydroelectric dams. The artist works through the mediums of film and installation art to present her views. In ‘My Grandpa’s Route Has Been Forever Blocked’, the artist brings us on a journey along the winding paths of the Ping River, considered a historic travel route commonly used to ferry cargo in and out of the Northern regions of Thailand. This dual-screen artwork reflects the changes in scenery along the Ping River’s banks, as caused by the construction of numerous weirs, sluices, and even hydroelectric dams along the river, forever changing the landscapes surrounding it. The images are juxtaposed against recordings of the Ping River in the past, when the artist’s grandfather was still young. By looking back in exploration of the past, while simultaneously observing what has taken place in the present, we may gain a more complete understanding of the extent the Ping River has been damaged.

1B
ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ (เกิด พ.ศ. ๒๕๑๔, กรุงเทพฯ)
Super Moon 2:1, พ.ศ. ๒๕๖๑
ทองเหลือง
๑๘๐ x ๘๐ x ๒๐๐ ซม.

Tawatchai Puntusawasdi (b. 1971, Bangkok)
Super Moon 2:1, 2018
Brass
180 x 80 x 200 cm

2B

ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ (เกิด พ.ศ. 2514, กรุงเทพฯ)
A Dim Night 1:1, พ.ศ. 2561
ทองเหลือง, โลหะผสมนิกเกิล
90 x 40 x 100 ซม.

Tawatchai Puntusawasdi (b. 1971, Bangkok)
A Dim Night 1:1, 2018
Brass, nickel alloy
90 x 40 x 100 cm

ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ เกิดที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขามีชื่อเสียงในฐานะประติมากรผู้สามารถสร้างงานในมุมมองพิเศษ ด้วยการหยิบจับวัสดุธรรมดามาเปลี่ยนถ่ายและสร้างมุมมองใหม่ที่บิดเบี้ยว แต่ขณะเดียวกันผลงานของเขาก็แสดงถึงความเป็นวิทยาศาสตร์จากการคำนวณอย่างถี่ถ้วน ธวัชชัยสร้างงานประติมากรรมสองชิ้นที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ความเชื่อ และวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กัน ผลงาน Super Moon 2:1 ใช้รูปทรงของพระจันทร์เต็มดวงเมื่อโคจรเข้าใกล้โลก (elliptic orbit) จนมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษเมื่อมองจากโลก ขณะที่ผลงาน A Dim Night 1:1 คือดวงจันทร์ในคืนมืด การปรากฎตัวของดวงจันทร์นั้นส่งอิทธิพลต่อความเชื่อมากมาย ทั้งความเชื่อในเชิงศาสนา โหราศาสตร์ จนถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ เช่น การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ตลอดจนภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการเฉพาะตัวของศิลปิน ธวัชชัยค่อยๆ ประกอบแผ่นทองเหลืองชิ้นเล็กๆ จนเกิดเป็นประติมากรรมรูปทรงกลม แต่เมื่อพินิจให้รอบ มันกลับไม่ได้เป็นทรงกลมอย่างที่ตาเห็น ขณะเดียวกัน ความเอียงของมันทำให้เกิดภาวะเสมือนต้านแรงโน้มถ่วง เอียงแต่ไม่ล้ม ศิลปินสร้างมิติลวงที่สลับซับซ้อนซึ่งจะเผยตัวต่อเมื่อผู้ชมขยับและปรับเปลี่ยนมุมมองไปรอบๆ กล่าวคือ ศิลปินใช้วิธีการสร้างมุมมองทางสายตาจนดูราวกับว่าประติมากรรมรูปทรงดวงจันทร์นี้กำลังตั้งตระหง่านต้านทานแรงดึงดูดอันมหาศาลของโลก

Tawatchai Puntusawasdi was born in Bangkok and is currently living and working in Chiang Mai. The artist has a reputation as a sculptor, creating pieces with unique and special perspectives by transplanting and distorting ordinary materials to create a distorted new perspectives. At the same time, his work shows the science of thorough calculation. The artist created two sculptures related to nature, belief and culture. The piece titled Super Moon 2:1 utilizes the shape of a full moon on the elliptic orbit, which is exceptionally large when viewed from Earth. The piece titled A Dim Night 1:1 depicts the moon in the dark night. The appearance of the moon has influenced many beliefs, from astrological beliefs to natural phenomena that affect the landscape, such as the occurrence of tides, as well as natural disasters. The artist’s unique method of creation constitutes of gradually assembling small pieces of brass to form a spherical sculpture. However, when viewed up close, it is not actually a sphere. At the same time, its incline angle causes a state of gravity defiance, tilting but never toppling over. The artist creates an intricate optical illusion that will reveal themselves when the audience moves around the piece, changing their perspectives. The artist has created a vision that looks as if this moon-shaped sculpture is towering against the enormous gravity of the Earth.

C

มิติ เรืองกฤตยา (เกิด พ.ศ. 2524, กรุงเทพฯ)
Imagining Flood, พ.ศ. 2554
ภาพถ่ายพิมพ์จิเคลย์บนกระดาษชิล 4848 บาริต้า กึ่งเงา
80 x 120 ซม.

Miti Ruangkritya (b. 1981, Bangkok)
Imagining Flood, 2011
Giclée print photograph on Sihl 4848 Baryta semigloss paper
80 x 120 cm

มิติ เรืองกฤตยา เกิดและทำงานที่กรุงเทพมหานคร เขาเป็นที่รู้จักทั้งในฐานะศิลปินและช่างภาพ มิติทำงานทั้งในรูปแบบภาพถ่าย หนังสือศิลปิน ทั้งยังขยับขยายไปจนถึงงานจิตรกรรม เขาสนใจสำรวจภาพภูมิทัศน์ที่สัมพันธ์กับเศรษฐกิจและสังคม ผลงานชุด Imagining Flood สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ ปีเดียวกันกับที่กรุงเทพฯ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ภาพชุดนี้คือบันทึกเหตุการณ์ในครั้งนั้น โดยการสำรวจทั้งความกลัว ความคิด ความคาดหวังของผู้คนในเมืองหลวง ผู้ที่เผชิญกับภาวะขาดอิสระเพราะโดนปิดกั้นจากน้ำท่วม  ภาพทิวทัศน์ของหมู่บ้านชานเมืองกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนถูกสำรวจและนำเสนอผ่านวิธีการถ่ายภาพด้วยขาตั้งกล้อง ลดความเร็วของชัตเตอร์ในเวลาที่เฉพาะเจาะจง เพื่อบันทึกความเงียบสงัดและดูคล้ายกับอยู่ในความฝัน องค์ประกอบของต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างดูเหมือนลอยตัวเหนือพื้นน้ำมากกว่าจมอยู่ สร้างบรรยากาศที่แลดูเหนือจริง เฉกเช่นเดียวกับฉากในนิยาย ดูนิ่งสงบและไร้กาลเวลาแบบเดียวกันกับชาวกรุงเทพฯ ในเวลานั้นที่ตื่นตระหนกตกอยู่ในความกลัว รอคอยโดยที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะกลับมาสู่ความปกติอีกเมื่อใด

Miti Ruangkritya, born and lives in Bangkok, is known both as an artist and photographer. The mediums he works with include photography,sculpture and the production of artist’s books. Imagining Flood, a series of images produced in 2011 – the year Bangkok was severely flooded – captures the event, the hopes, thoughts and fears of Bangkok Residents who experienced limited freedom of movement due to the inundations. The three images picture living areas in the outskirts of the capital at dusk. Dreamlike, Miti’s works convey the silence in the city, the eerie quality of which is attributed to the seemingly floating constructions and trees. This timeless stillness echoes residents’ predicament as they waited, unsure of when Bangkok would return to its normal state.

D

ธาดา เฮงทรัพย์กูล (เกิด พ.ศ. ๒๕๓๐, นครราชสีมา)
You Lead Me Down, to the Ocean, พ.ศ.๒๕๖๑
ภาพเคลื่อนไหวจอเดี่ยว สี เสียง
๑๖ นาที

Tada Hengsapkul (b. 1987, Nakhon Ratchasima)
You Lead Me Down, to the Ocean, 2018
Single-channel video, colour, sound
16 min.

ธาดา เฮงทรัพย์กูล อาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ธาดา  เป็นที่รู้จักในฐานะเป็นศิลปินที่ใช้ ‘ภาพถ่าย’ เป็นสื่อในการแสดงออกเรื่องเพศในฐานะรูปแบบของการเผชิญหน้าและการแสดงอำนาจ ผลงานของเขาโดดเด่นในแง่ของกระบวนคิดในการพยายามขยายขอบเขต ทดลอง และตั้งคำถามถึงจารีต ความเชื่อทางศาสนา และ มาตรฐานทางศีลธรรมอันดี ผลงานภาพเคลื่อนไหว YOU LEAD ME DOWN, TO THE OCEAN ชิ้นนี้มีความยาวกว่า 16 นาที โดยถ่ายทำ ‘รถถัง’ ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลน้ำลึกนอกชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส รถถังรุ่น 30T69-2 กว่า 25 คันที่กองทัพบกซื้อมาจากประเทศจีนเพื่อใช้ในเหตุการณ์การบุกรุกชายแดนประเทศไทยโดยประเทศเวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ. 2522-32 ปัจจุบันรถถังเหล่านี้ถูกปลดประจำการเนื่องจากไม่เหมาะสมสำหรับใช้ในการรบตามภูมิศาสตร์และสิ้นสภาพตามเงื่อนไขของเวลากลายสภาพเป็นเพียงแค่เศษเหล็กที่ถูกใช้เป็นแนวปะการังเทียมน้ำลึก เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย รถถังเหล่านี้ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ใต้ท้องทะเลลึก แปลกแยก และราวกับจะหยุดยั้งกาลเวลาให้ไม่เดินไปข้างหน้า

Tada Hengsapkul is a Bangkok-based artist well-known for his use of ‘photographs’ as a medium to express ideas of sex as a form of confrontation, an exertion of authority. His works are distinct due to the thought process behind them, which aims to push boundaries, experiment, and question social norms, religious faith, and moral standards alike. His moving-picture presentation ‘YOU LEAD ME DOWN, TO THE OCEAN’ is over 16 minutes long, showing footage of  ‘military tanks’ that are left at the bottom of the ocean off the coast of Narathiwas. Up to 25 of these 30T69-2 tanks that the army bought from China, with the purpose of being used in the Vietnamese border raids in Thailand, between the years 1979-1989. Today, these tanks have been decommissioned by the army due to being ‘unfit for the operational terrain’ as well as natural aging, and have now been reduced to mere pieces of metal that form an artificial reef of deep sea coral. These weapons of war now serve to rejuvenate the marine ecosystem to serve Thailand’s tourism industry, changing the scenery of the ocean floor, yet being utterly alien from it, as if in an effort to stop the ever-marching steps of time.

Past Exhibition

Pilar Albarracín Exhibition

MAIIAM Contemporary Art Museum cordially invites you to Pilar Albarracín’s first solo exhibition in Asia. It will be on display from March 30th, 2019 to February 10th, 2020. Prior to the opening reception, there will be a talk between independent curator and writer, Ariane Kupferman-Sutthavong and Albarracín about her works and practice.

Past Exhibition

DIASPORA: Exit, Exile, Exodus of Southeast Asia

In light of the current interest in global migration and displacement compelled by humanitarian crises worldwide, MAIIAM Contemporary Art Museum is proud to present DIASPORA: Exit, Exile, Exodus of Southeast Asia.

Back to
Exhibitions